About Us | Term and Conditions | Privacy Policy
Home Package Tour Air Ticket Travel Tools Links Book and Pay Contact Us
       
 
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

       
 
Air Ticket
Air Ticket
Chiang Mai
Phuket
Bangkok
Contact
 
  PHUKET
 

What comes into the mind of travellers when we talk about sea, sun and sand? Phuket must definitely be one of the answers. Especially when we think about the island in which there is plenty of accommodation and all kinds of facilities. In addition, a number of various activities can also be found in this island.

Phuket

CHIANG MAI
 

Thailand’s “Rose of the North” is a cultural and natural wonderland with ethnic diversity, a multitude of attractions, and welcoming hospitality. Chiang Mai literally means “new city” and has retained the name despite celebrating its 700th anniversary in 1996.

Chiang Mai

โปรแกรมช่วงสงกรานต์      ทัวร์ราคาพิเศษเริ่มจากกรุงเทพ
 

          เวียดนามเหนือ ฮานอย ฮาลองเบย์  4 วัน 3 คืน
     
โดยสายการบินแอร์เอเชีย เดินทาง 14-17 เมษายน ราคา 16,900 บาท       
   
                
   
โปรแกรมการเดินทาง  
   
     วันที่ 1 : กรุงเทพฯ – ฮานอย – วิหารวรรณกรรม – ฮาลอง – ช้อปปิ้งตลาดกลางคืน  
  • 05.00น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์ E สายการบินแอร์เอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
  • 06.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงฮานอยโดย เที่ยวบินที่ FD 3700
  • 08.35 น. ถึง สนามบินนอยไบ กรุงฮานอย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองฮานอย มีความหมายว่า "เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน" ซึ่งหมายถึงแม่น้ำแดงที่ไหลผ่านตัวเมืองฮานอย อันเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม ฮานอยตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี นำท่านชม วัดแห่งวรรณกรรม วัดโบราณ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับร้อยปี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและเป็นสถานที่ใช้สอบจองหงวนในสมัยโบราณ ภายในวัดประกอบด้วยป้ายหินประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านเป็นจองหงวน และมี ศาลเทพเจ้าขงจื้อ และสานุศิษย์ ปัจจุบันเป็นวัดที่นักเรียนนักศึกษาเวียดนามมาขอพรในการสอบ
  • กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาลอง ดินแดนแห่งมังกรหลับใหล ตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนิงห์ ซึ่งจังหวัดนี้จะมีพรมแดนร่วมกับจีนทางทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.โดยรถโค้ชปรับอากาศ ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร ให้ท่านสัมผัสบรรยากาศข้างทาง ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่การเกษตรกรรมและนาข้าวเขียวขจี
  • ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านอิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกที่ตลาดกลางคืน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการต่อรองสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า หรือสินค้าพื้นเมืองต่างๆมากมาย
 
ที่พัก โรงแรม  BLUE SKY HOTEL  (ระดับ 3 ดาว) หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 2 : ฮาลอง–ล่องเรืออ่าวฮาลอง –ถ้ำนางฟ้า–ทะเลสาบคืนดาบ –วัดหง๊อกเซิน-โชว์หุ่นกระบอกน้ำ  
  • เช้า   บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม เดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อล่องเรือชมความงดงามของ อ่าวฮาลองเบย์ อ่าวฮาลอง หรือ ฮาลองเบย์ นั้นตามนิทานปรัมปราของชาวเวียดนาม ได้กล่าวถึงมังกรโบราณซึ่งเคยร่อนมาลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ และชื่อของฮาลอง ก็แปลได้ว่า มังกรร่อนลง เชิญท่านสัมผัสจากความงดงามและสมบูรณ์ของอ่าวฮาลอง จนทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การยูเนสโก้เมื่อปี พ.ศ. 2537 สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ได้แต่งแต้มด้วยเกาะหินปูนรูปร่างแปลกตานับพันเกาะ สลับซับซ้อนเรียงตัวกันอย่างสวยงาม ผ่านเกาะต่างๆ ที่มีรูปร่างแปลกตา ลักษณะทั่วไปของอ่าวฮาลองนั้นประกอบไปด้วยเกาะเล็ก เกาะน้อยจำนวนกว่า 1,000 เกาะ และมีเนื้อที่กว่า 4,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวตังเกี๋ยของทะเลจีนใต้ นำท่านเข้าชม ถ้ำนางฟ้า ชมหินงอกหินย้อยต่างๆ ภายในถ้ำ ที่ประดับตกแต่งด้วยแสงสีสวยงาม หินแต่ละก้อนจะมีลักษณะคล้ายกับสัตว์ตามแต่ท่านจินตนาการ ชม กระชังปลา ของชาวประมงโดยจะสร้างแพและกะชังไว้สำหรับเลี้ยง กุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆได้จากที่นี่
  • กลางวัน   บริการอาหารกลางวัน บนเรือ (อาหารซีฟู๊ด) ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของอ่าวฮาลอง
  • บ่าย   นำท่านเดินทางกลับสู่ นครหลวงฮานอย โดยระหว่างทาง นำท่านแวะชมศูนย์หัตกรรมของคนพิการที่เมืองไฮดวง (Hai Duong) ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองมากมายเป็นของฝากคนทางบ้าน และยังเป็นการอุดหนุนช่วยเหลือผู้พิการอีกด้วย ถึงเมืองฮานอยนำท่านชม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบใจกลางเมืองฮานอย ทะเลสาบแห่งนี้มีตำนานกล่าวว่า ในสมัยที่เวียดนามทำสงครามสู้รบกับประเทศจีน กษัตริย์แห่งเวียดนามได้สงครามมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่สามารถเอาชนะทหารจากจีนได้สักที ทำให้เกิดความท้อแท้พระทัย เมื่อได้มาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ได้มีเต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งคาบดาบวิเศษมาให้พระองค์ เพื่อทำสงครามกับประเทศจีน หลังจากที่พระองค์ได้รับดาบมานั้น พระองค์ได้กลับไปทำสงครามอีกครั้ง และได้รับชัยชนะเหนือประเทศจีน ทำให้บ้านเมืองสงบสุข เมื่อเสร็จศึกสงครามแล้ว พระองค์ได้นำดาบมาคืน ณ ทะเลสาบแห่งนี้ นำท่านข้าม สะพานแสงอาทิตย์ สีแดงสดใสสู่กลางทะเลสาบคืนดาบ ชมวัด หง๊อกเซิน วัดโบราณ ภายในประกอบด้วย ศาลเจ้าโบราณ และ เต่าสต๊าฟ ขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อว่า เต่าตัวนี้ คือเต่าศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 2 ตัวที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มาเป็นเวลาช้านาน ชมการแสดง ระบำตุ๊กตาน้ำ ศิลปกรรมประจำชาติ เอกลักษณ์ของประเทศเวียดนามและมีแห่งเดียวในโลก ชมความสามารถในการเชิดหุ่นกระบอก (เชิดจากในน้ำผสมผสานกับเสียงบรรเลงของเครื่องดนตรีเวียดนามและพากย์สดๆของคณะละคร) นำเสนอเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ประเพณี วัฒนธรรมของชาวเวียดนาม และบอกกล่าวถึงเมืองหลวงฮานอย
  • ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
ที่พัก โรงแรม VESNA HOTEL (ระดับ 3 ดาว) หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 3 : ฮานอย – สุสานลุงโฮ – วัดเจดีย์เสาเดียว – พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ – ช้อปปิ้งถนน 36 สาย  
  • เช้า   บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม หลังจากรับประทานอาหารเช้า นำท่าน ชมสุสานลุงโฮ สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1973 ชมร่างของรัฐบุรุษอาวุโสอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ซึ่งได้รับการอาบน้ำยาเป็นอย่างดีอยู่ในโลงแก้วภายในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิคงที่ (หมายเหตุ สุสานโฮจิมินห์จะปิดทุกวันจันทร์,วันศุกร์ และตลอดทั้งเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แต่สามารถชมบริเวณภายนอกได้) ชมบ้านพักที่อยู่อาศัยของท่านอดีตประธานธิบดีโฮจิมินห์ซึ่งครั้งหนึ่งใช้เป็นศูนย์บัญชาการในสงครามเวียดนาม จากนั้นชม วัดเจดีย์เสาเดียว One Pillar Pagoda ที่มีอายุกว่า 400 ปี เป็นเจดีย์ไม้ที่มีความงดงามมาก ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวกลางสระบัวเป็นที่เคารพสักการะของชาวเวียดนามมาแต่โบราณ จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ สถานที่แสดงประวัติการเดินทางของลุงโฮ ในการศึกษาหาความรู้เพื่อกอบกู้ชาติ ภายในอาคาร มีการจัดแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ จัดแสดงงานศิลปะ และภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่อดีตประธานาธิบดีฯเคยทำเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ พร้อมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการ, ห้องสมุด, ห้องวิจัย และห้องประชุม
  • กลางวัน   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย   จากนั้นนำท่านชม ทะเลสาบตะวันตก ซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ของกรุงฮานอย ชม เจดีย์เฉินกว๊อก เป็นหนึ่งในเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดของเวียดนาม มีแผ่นศิลาจารึกที่มีอายุตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 เล่าถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของเจดีย์นี้ จากนั้นเชิญท่าน อิสระช้อบปิ้งถนน 36 สาย มีสินค้าราคาถูกให้ท่านได้เลือกสรรมากมาย กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ของที่ระลึกต่างๆ ฯลฯ
  • ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
ที่พัก โรงแรม VESNA HOTEL (ระดับ 3 ดาว) หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 4 : ฮานอย – กรุงเทพฯ  
  • เช้า   บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินนอยไบ เพื่อเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 09.10น. เหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3701
  • 11.10น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…
 

          พม่า เจดีย์ชเวดากอง/ เจดีย์ชเวมอดอร์/ช้อปปิ้งตลาดพื้นเมืองที่ตลาดสก็อต 4 วัน 3 คืน
     
โดยสายการบินบางกอกแอร์ 13-16 เมายน ราคา 24,900 บาท       
   
                
   
โปรแกรมการเดินทาง  
   
     วันที่ 1 : กรุงเทพฯ - ย่างกุ้ง  
  • 07.00 น. พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ "อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ F "โดยมีเจ้าหน้าที่ GO HOLIDAY TOUR คอยอำนวยความสะดวก"
  • 09.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG701 (พร้อมบริการอาหาร บนเครื่อง)
  • 10.05 น. เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) นำท่านเดินทางสูตัวเมืองย่างกุ้ง นมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพัธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
  • เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้าที่วัดบารมี ที่เชื่อว่าพระเกศายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศานั้นเมื่อนำมาวางบนมือจะสามารถเคลื่อนไหวได้ อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพระโมคาละ พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่างๆ นำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย ณ ที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นความงามของวิหารทิศที่ทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ ที่เรียกว่า พยาธาตุ รายรอบองค์พระเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
เข้าที่พัก CHATRIUM HOTEL หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 2 : ย่างกุ้ง - หงสาวดี -พระธาตุอินทร์แขวน  
  • เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองหงสาวดี (บะโค) อยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 80 ก.ม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง หงสาวดี เป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองในอดีตแห่งราชอาณาจักรมอญ มีรูปหงส์คู่ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง นำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่ วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรไป ศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก ท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ จากนั้นนำท่านสักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งหงสาวดี และนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คนไทยนิยมเรียกว่า "พระธาตุมุเตา" ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ จึงได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอว์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
  • เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งพระตำหนักที่ประทับรรทมสีทองเหลืองอร่ามที่ดูโดดเด่นชวนมองในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่า และท้องพระโรงที่ใช้ออกว่าการก็ดูโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรรมพม่าสีทองเหลืองอร่ามทั้งภายนอกและภายใน
  • บ่าย   นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้ก์โท) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะเห็นแม่น้ำสะโตง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับพระนเรศวรมหาราช พระองค์สามารถยิงพระแสงปืนข้ามน้ำที่กว้างใหญ่นี้ไปต้องแม่ทัพพม่า จนได้รับชัยชนะ ถึงคิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อเพื่อขึ้นบนภูเขาไจ้เที่ยว ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ประมาณ 45 นาที จากนั้นนำท่านจะได้นั่งเสลี่ยงเพื่อเดินทางต่อสู่โรงแรมที่พัก (คนหามเสลี่ยง 4 คน ต่อ 1 ท่าน) ใช้เวลาในการนั่งเสลี่ยงประมาณ 30 นาที ระหว่างทางชมทัศนียภาพอันสวยงามสองข้างทาง เข้าที่พัก KYAIKHTO HOTEL (โรงแรมไจ้โท) โรงแรมที่อยู่ใกล้ พระธาตุอินทร์แขวนมากที่สุด เชิญชมทัศนียภาพงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับ "พระธาตุอินทร์แขวน" (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมากใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที) พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า อยู่บนยอดเขา เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต มีลักษณะเด่นเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักการะครั้งหนึ่งในชีวิต
  • ค่ำ   รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารเย็นเชิญท่านไปสักการะพระธาตุ ตามอัธยาศัย นมัสการ เทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็น นักพรตที่มีความศักดิ์สิทธ์อีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้เที่ยว ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน (แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น.) พระธาตุอินทร์แขวนนี้ เป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรม เรื่อง "เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน"
 
**หมายเหตุ** กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็ก กรณีวันเดินทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน สำหรับค้างคืน 1 คืน บนพระธาตุอินทร์  แขวน หากไม่ได้เตรียมขึ้นไปท่านจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองสำหรับค่าจ้างลูกหาบขนสัมภาระขึ้นพระธาตุ  
   
     วันที่ 3 : พระธาตุอินทร์แขวน-หงสาวดี- ย่างกุ้ง  
  • เช้าตรู่  เชิญท่านสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน หรือถวายอาหารพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมาการที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์
  • เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ หงสาวดีตามเส้นทางเดิม
  • เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆ เครื่องเงิน เครื่องเขิน จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งได้เกิดพังทลายและได้มีการบูรณะใหม่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะสวยงามแตกต่างไปจากองค์อื่นๆ จากนั้นเดินทางกลับย่างกุ้ง ชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า นำท่านชม ช้างเผือก ที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวถูกต้องตาม คชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ จากนั้นนำท่านชม เจดีย์กาบาเอ เจดีย์นี้อยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบอินยา ทะเลสาบใหญ่ใจกลางเมืองย่าง สร้างครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2493-2495 โดยนายอูนุนายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎกครั้งที่ 6 ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2497 - 2499 และเพื่อให้บังเกิดสันติสุขแก่โลก ล่าสุดใช้เป็นสถานที่ใช้ในการประชุมสงฆ์โลกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมา ที่สำคัญเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งพระธาตุของ พระสารีบุตรและพระโมคลานะ นอกจากนั้นยังมีพระมหามุนีจำลอง (สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 ของพม่า องค์จริงอยู่ที่มัณฑะเลย์)
  • ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
ที่พัก CHATRIUM HOTEL หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 4 : ย่างกุ้ง - เจดีย์เยเลพญา - กรุงเทพฯ  
  • เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก นำท่านเดินทางสู่สิเรียม อยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงเมืองสิเรียมนำท่านลงเรือไป ชมเจดีย์เยเลพญา เจดีย์นี้สร้างขึ้นบนเกาะกลางน้ำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เจดีย์กลางน้ำ"นำท่านนมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิเก่าแก่ที่ประดิษฐานบนบัลลังก์ไม้แกะสลักปิดทองคำเปลวที่งดงาม มีอายุนับพันปี ซึ่งเป็นที่สักการบูชาของชาวพม่าและชาวต่างชาติ ได้เวลาอันสมควรลงเรือกลับและต่อรถปรับอากาศเดินทางกลับย่างกุ้ง
  • เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้นนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยงายที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ตลาด "สก๊อตมาร์เก็ต" ซึ่งสร้างโดยชาวสก็อต สมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า นำท่านเดินทางสู่สนามบินย่างกุ้ง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • 16.50 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG704
  • 18.45 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ
 
   

          เวียดนามใต้ โฮจิมินห์ วุงเตา กู๋จี 4 วัน 3 คืน
     
โดยสายการบินแอร์เอเชีย   
11-14 เมษายน  ราคา 12,900 บาท
12-15 เมษายน  ราคา 14,900 บาท
13-16 เมษายน  ราคา 15,900 บาท
 
   
                
   
โปรแกรมการเดินทาง  
   
     วันที่ 1 : กรุงเทพฯ–นครโฮจิมินห์–เมืองตากอากาศวุงเตา-พระอาทิตย์ตกดินที่เชิงเขา ประดิษฐานรูปปั้นพระเยซู  
   
  • 05.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ E สายการบินไทย แอร์เอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับออกเดินทางสู่ นครโฮจิมินห์ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3720
  • 07.45 น. เดินทางถึงสนามบินตัน เซิน นึก นครโฮจิมินห์ หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
  • 09.15 น. นำท่านเข้าสู่ใจกลางมหานครโฮจิมินห์ ชมเมืองในรูปแบบของสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส และสวนกลางเมือง ชมความสวยงามต่าง ๆ ที่ฝรั่งเศสเป็นผู้ทุ่มงบประมาณเนรมิตเมื่อครั้งที่คิดว่าจะได้เป็นผู้ครอบครองเมืองแห่งนี้ ชมโบสถ์นอร์ทเทรอดาม โบสถ์หลังคาสูงที่สร้างในสมัยที่เวียดนามยังอยู่ในอาณานิคมของฝรั่งเศสโดยสร้างเพื่อให้เป็นโบสถ์ประจำเมืองไซ่ง่อนและได้สร้างตามต้นแบบของประเทศฝรั่งเศส ชมที่ทำการไปรษณีย์ ที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดของเวียดนาม เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ชมอนุสาวรีย์ ท่านประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ด้านหน้าของศาลากลางก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน
  • เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย   นำท่านเดินทางสู่เมืองตากอากาศวุงเตา หรือที่ชาวเวียดนามรู้จักดีในชื่ออ่าวแห่งเรือ ซึ่งในในสมัยศตวรรษที่ 15 เป็นช่วงที่เรือของพ่อค้าชาวโปรตุเกสได้มาทอดสมออยู่ที่อ่าว วุงเตา ซึ่งปัจจุบันได้เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลอันสวยงามที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมอย่างมากของชาวเวียดนามและยังเป็นเมืองท่าชายฝั่งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทางด้านอุตสาหกรรมน้ำมันและธรรมชาติ ชมพระอาทิตย์ตกดินที่บริเวณประดิษฐานรูปปั้นพระเยซูบนเชิงเขา อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
ที่พัก โรงแรม SAMMY HOTEL (ระดับ 3 ดาว) หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 2 : วุงเตา-พระราชวังฤดูร้อน-ชมนครโฮจิมินห์-ล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารบนแม่น้ำ-ไซ่งอน  
  • เช้า  บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม นำท่านนมัสการพระพุทธไสยาสน์ วัดศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในเวียดนาม ให้ท่านสักการะเจ้าแม่กวนอิมภายในวัด นำท่าน ชมพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์เบ๋าได๋ กษัตริย์องค์สุดท้ายของเวียดนาม ชมวัดปลาวาฬ วัดที่ออกแบบสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน ซึ่งสร้างโดยกลุ่มชาวเรือและชาวประมงที่ให้ความเคารพนับถือปลาวาฬ ซึ่งจะคอยปกป้องและคุ้มครองชาวเรือให้ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ หลังจากนั้นเดินทางกลับสู่ นครโฮจิมินห์ หรือชื่อเดิมว่า ไซ่ง่อน เมืองเอกของเวียดนามตอนใต้ เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจชมชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่ขวักไขว่ จักรยานยนต์วิ่งอยู่ตามท้องถนนมากที่สุดในโลก
  • เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย   เดินทางถึงนครโฮจิมินห์ นำท่าน ล่องเรือ สัมผัสบรรยากาศโรแมนติคยามค่ำคืนของ แม่น้ำไซ่ง่อน ให้ท่านได้สัมผัสความงามของ 2 ฝากฝั่งแม่น้ำยามค่ำคืน เคล้าคลอเสียงดนตรีพื้นเมืองเวียดนาม
  • ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนเรือ พร้อมชมโชว์การแสดง
 
ที่พัก LE DUY HOTEL (ระดับ 3 ดาว) หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 3 : นครโฮจิมินห์ - อุโมงค์กู๋จี – พิพิธภัณฑ์สงคราม – ทำเนียบประธานาธิบดี-โชว์หุ่นกระบอกน้ำ  
  • เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์กู๋จี ชมอุโมงค์ของชาวเวียดกงที่ขุดขึ้นขนาดพอดีตัว ในสมัยที่ทำสงครามกับกองทัพอเมริกันรวมถึงกองทหารพันธมิตรจากนานาประเทศ ในอดีตชาวเวียดนามจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อุโมงค์นี้ ซึ่งในอดีตเคยมีชาวเวียดนามอาศัยอยู่ภายใต้อุโมงค์นี้ในระหว่างการทำสงคราม และยังเคยใช้เป็นที่บัญชาการทางทหาร และเป็นหลุมหลบภัย ซึ่งมีความยาวกว่า 270 กิโลเมตร และอุโมงค์นี้ยังสามารถทะลุออกสู่แม่น้ำไซ ง่อนได้อีกด้วย พร้อมชมภาพถ่ายและวิดีโอเหตุการณ์จริงในช่วงของการเกิดสงคราม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่นครโฮจิมินห์
  • เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย   นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สงคราม ชมเรื่องราวประวัติศาสตร์สงคราม และอาวุธ ปืน ระเบิด และเครื่องบินรบฯลฯ จากนั้นชม ทำเนียบประธานาธิบดี สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ใช้เป็นกองบัญชาการทหาร สถานที่ประชุมผู้นำคนสำคัญ และนำชมห้องบัญชาการลับต่างๆ ภายในทำเนียบนำท่านชมการแสดง ระบำตุ๊กตาน้ำ ศิลปกรรมประจำชาติ เอกลักษณ์ของประเทศเวียดนามและมีแห่งเดียวในโลก ชมความสามารถในการเชิดหุ่นกระบอก (เชิดจากในน้ำผสมผสานกับเสียงบรรเลงของเครื่องดนตรีเวียดนามและพากย์สดๆของคณะละคร) นำเสนอเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ประเพณี วัฒนธรรมของชาวเวียดนาม
  • ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 
ที่พัก LE DUY HOTEL (ระดับ 3 ดาว) หรือเทียบเท่า  
   
     วันที่ 4 : นครโฮจิมินห์ – วัดเทียนเฮา – ช้อปปิ้งตลาดเบนถัน –กรุงเทพฯ  
  • เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านผ่านชม ย่านไชน่าทาวน์ ให้ท่านได้สัมผัส และชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนในเวียดนาม จากนั้นชม วัดเทียนเฮา วัดจีนในเขตไชน่าทาวน์ ที่สร้างอุทิศให้กับแม่พระผู้คุ้มครองชาวเรือหรือเทพีเทียนหาว โดยชาวพุทธกวางตุ้งในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ชาวเวียดนามเชื่อว่าเทพีองค์นี้มีก้อนเมฆเป็นพาหนะ เพื่อช่วยคุ้มครองผู้คนให้รอดพ้นจากอันตรายจากมหาสมุทรทั้งปวง ให้ท่านนมัสการเจ้าแม่เทียนเฮาด้วยธูปวง ซึ่งเมื่อจุดแล้วสามารถอยู่ได้นานถึง 7 วัน
  • เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย   จากนั้นผ่อนคลายกับการช้อปปิ้ง ณ ตลาดเบนถัน ตลาดพื้นเมืองอันพลุกพล่านของนครโฮจิมินห์ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าของฝาก ของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง อาทิ เครื่องเทศและอาหารแห้ง หมูยอ ผักผลไม้สด ไม้แกะสลัก เรือสำเภาไม้และผ้าปักนานาชนิด
  • 17.55 น. อำลา นครโฮจิมินห์ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3725
  • 19.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และ ประทับใจ
 
   
Phuket
Sweetland Phuket Co.,Ltd
Central Festival Phuket Branch 2nd Floor( Financial Zone) Address:74-75 Moo 5 Chalernprakiat Road ,Muang, Phuket 83000
Tel: +66 7620 9015, +66 7620 9017 Fax: +66 7620 9016
Vichit Branch ( Central Mansion Building) Next to Dara Hotel Address: 14/1 Room 106 Vichit-Songkram Road Vichit, Muang, Phuket 83000
Tel: +66 7622 2972 Fax: +66 7622 2973
Copyright © 2011 www.phuketfivestars.com Design by Viewshop-Asia.com